2520-2524

-2520-

แอม-แหม่ม-ปุ้ม ออกทีวีพร้อมกันครั้งแรกในรายการ “มิวสิคสแควร์” ทางช่อง 3 โดยมี มีศักดิ์ นาครัตน์ และ สุดา ชื่นบาน เป็นพิธีกรของรายการ เพลงแรกที่ขับร้องร่วมกันในโชว์คือ “I?d Like To Teach The World To Sing” ของวง The New Seekers โดยก่อนหน้านี้ แอม-ปุ้ม เคยร่วมร้องเพลงโชว์ในรายการ “ฉันทนาโชว์” ช่อง 5 ส่วนแหม่มยังเด็กเกินไปจึงไม่ได้ร่วมร้อง

เด็กสาวทั้งสามคนรู้จักคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กทั้งนี้ เป็นเพราะ สุดา ชื่นบาน และ ฉันทนา กิติยพันธ์ เป็นเพื่อนนักร้องร่วมอาชีพ ทั้งสองครอบครัวจึงมีกิจกรรมได้พบปะกันเป็นระยะๆ โดยปุ้มนั้นเป็นหลานสาวของฉันทนา กิติยพันธ์ แอม-แหม่ม-ปุ้ม จึงมีสัมพันธภาพเป็นพี่เป็นน้องกัน ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นจากการออดิชั่นเข้ามาทีละคนเพื่อฟอร์มกันขึ้นมาเป็นคณะนักร้อง แอม เริ่มมีประสบการณ์ในการร้องเพลงสป็อทโฆษณา ปลาหมึกสควิดดี้ ส่วนแหม่มได้ร้อง พัพเพ็ท ของ พี.เจ.ถ้ายังจำกันได้คือท่อน “ของเธอก็หลอเหมือนกัน”

-2523-

เข้าสู่ทศวรรษที่แปดสิบวงการเพลงไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เรียกกันแบบติดปากสำหรับคนในยุคนั้นว่าเพลงสตริง ธุรกิจเพลงเริ่มคึกคักจากการจำหน่ายในรูปแบบของเทปคาสเสทท์อันเป็นผลจากกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ให้ความคุ้มครองเจ้าของงานมากยิ่งขึ้น เพลงลูกกรุงได้รับความนิยมในตลาดผู้ฟังเพลงที่เป็นผู้ใหญ่ ส่วนวัยรุ่นเริ่มมีไอดอลของตัวเองกันบ้างแล้วแต่ยังไม่มีที่เป็นคนรุ่นเดียวกันกับพวกเขาจริงๆ

ระย้า (ประเสิรฐ พงษ์ธนานิกร) ลาออกจากบริษัท อี.เอ็ม.ไอ. มาจัดรายการวิทยุเต็มตัวและก่อตั้งรถไฟดนตรีเพื่อผลิตงานเพลงเข้าสู่ตลาด อาศัยประสบการณ์ที่อยู่กับ อี.เอ็ม.ไอ.มา 7 ปี เรียนรู้ทั้ง งานผลิตในห้องบันทึกเสียง งานโฆษณา โดยหวังจะสร้างงานเพลงคุณภาพป้อนเข้าสู่ตลาด ชรัส เฟื่องอารมย์ เป็นคนแรกที่ระย้าให้ความสนใจชักชวนมาบันทึกเสียง

-2524-

“แฟลช และ ชรัส เฟื่องอารมย์” เทปชุดแรกจากค่ายรถไฟดนตรีไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แต่ระย้ายังไม่ท้อถอยแม้จะขาดทุนตั้งแต่เริ่ม

ระย้ามีความคิดที่จะสร้างคณะนักร้องประสานเสียงผู้หญิงที่เป็นวัยรุ่นจริงๆ จึงได้ติดต่อไปยัง วิรัช อยู่ถาวร อดีตมือกีตาร์วงซิลเวอร์แซนด์และนักเรียบเรียงเสียงประสานซึ่งขณะนั้นเป็นอาจารย์สอนดนตรีอยู่ที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการ ว่ามีลูกศิษย์คนไหนที่มีแววบ้าง วิรัชบอกว่าเด็กที่มาเรียนส่วนใหญ่เพิ่งเริ่มต้น คงยังใช้การไม่ได้ เขาจึงแนะนำแอมและแหม่มลูกสาวของฉันทนาและสุดาตามลำดับ

การนัดพบจึงเกิดขึ้น แอมและแหม่ม เล่นกีตาร์และร้องเพลงให้ระย้าฟัง โดยมีคุณแม่ทั้งสองคอยลุ้น ระย้าพอใจมากและตั้งใจจะทำเพลงให้กับเด็กทั้งสองคนนี้ ฉันทนาเสริมว่ามีหลานสาวอีกหนึ่งคนร้องเพลงดีมากอยากให้เข้าร่วมทีมด้วยแต่อยู่ที่โคราช ระย้าให้โอกาสปุ้มมาทดสอบการร้องให้ฟังภายหลัง เขาพอใจเสียงร้องที่หวานและใสมาก เกิร์ลแก๊งค์ต้นแบบของวงการดนตรีป๊อปไทยจึงได้ถือกำเนิดขึ้นโดยสมบูรณ์

สาว สาว สาว ไม่ใช่ชื่อวงที่ใช้ตอนเริ่มแรก ระย้ามีความคิดที่จะใช้ชื่อ “สามใบเถา” แต่ในขณะนั้นมีภาพยนตร์ไทยชื่อเรื่องสามใบเถาออกฉายไปก่อนหน้านี้ ทำให้ชื่อดังกล่าวตกไป เพราะอาจทำให้ผู้ฟังเข้าใจผิดได้ว่าเป็นดาราจากภาพยนตร์ในเรื่องมาร้องเพลง มีชื่อแปลกๆ อย่าง “มวด” หรือ “ดวม” โผล่เข้ามาในลิสท์แบบขำๆ ด้วย โดยเป็นไอเดียของทั้งสามสาวเองในการนำตัวอักษรตัวหน้าของชื่อเล่นคุณแม่ทั้งสามคนมารวมกัน สุดท้ายระย้ามาลงตัวที่ชื่อ สาว สาว สาว

การบันทึกเสียงอัลบั้มชุดแรกเริ่มต้นโดยการนำเพลงเก่ามาร้องใหม่คือ “รักปักใจ” และ “รักต่างแดน” แอมร้องนำทั้งสองเพลง ส่วนเพลงที่เหลือเป็นการแต่งของ ชรัส เฟื่องอารมย์ และทำดนตรีโดย วิรัช อยู่ถาวร การบันทึกเสียงทำไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องหยุดยาวไปเจ็ดเดือน เนื่องจากประสบปัญหาด้านเงินทุน เป็นช่วงที่รถไฟดนตรีล้มลุกคลุกคลานอันเนื่องมาจากการขาดทุนในการผลิตงานเพลงในชุดก่อนๆ และส่งผลมาถึงการทำงานในชุดนี้ อย่างไรก็ดีระย้าผลักดันจนทำให้การบันทึกเสียงชุดนี้เสร็จสมบูรณ์ลงได้

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *